วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เลื่อนสรุปตัวชี้วัดรอบ 3 ถึง ก.ย.2553

นายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า การประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษารอบสาม ปี 2554 – 2558 จะมีสถานศึกษาเข้ารับการประเมินทั้งสิ้น 61,510 แห่ง ซึ่งที่ผ่านมา สมศ.ได้ทดลองนำร่อง ใช้หลักเกณฑ์การประเมินรอบสาม ทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การอาชีวศึกษา และการอุดมศึกษาพบว่ายังมีส่วนที่ต้องปรับปรุง อาทิ เรื่องการเก็บข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี บางสถานศึกษาไม่มีข้อมูลเพื่อนำมาประกอบการประเมิน เป็นต้น

ดังนั้น สมศ. ต้องนำข้อค้นพบที่ได้จากการนำร่อง และข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิมาปรับปรุงตัวบ่งชี้ใหม่ โดยจะลดปริมาณตัวบ่งชี้เหลือเท่าที่จำเป็น และวัดในสิ่งที่เป็นไปได้ ให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง และสถานการณ์บ้านเมืองที่เปลี่ยนไป ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมการบริหาร สมศ. ได้มีมติเห็นชอบให้ขยายเวลาการจัดทำตัวชี้วัดรอบสามออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมที่กำหนดว่าจะต้องเสร็จในเดือนมิถุนายนนี้ ดังนั้น คาดว่าภายในวันที่ 30 กันยายน ทุกอย่างจะชัดเจน ทั้งเรื่องตัวชี้วัด คู่มือผู้ประเมิน และคู่มือการรับการประเมิน ก่อนที่จะเริ่มออกประเมินรอบที่สาม ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน หน้า 22 วันที่ 31 พฤษภาคม 2553

ครูพันธุ์ C ครูดี ครูเก่ง ของเด็กยุคใหม่



1. C-Content มีความเชี่ยวชาญ แม่นยำในเนื้อหาวิชา หรือศาสตร์ที่ตนเองเป็นผู้สอน

2. C-Computer(ICT) มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสอน การผลิตสื่อ การสืบค้นแสวงหา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเพื่อการสื่อสาร

3. C-Constructionist สร้างสรรค์ความรู้ใหม่ องค์ความรู้ใหม่ๆ นวัตกรรม สื่อ เทคนิควิธีการ แผนการเรียนรู้ใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน

4. C-Connectivity มีทักษะในการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงผู้เรียนกับสภาพแวดล้อม ที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ได้ทุกสถานที่ทุกเวลาทุกโอกาส

5. C-Collaboration มีทักษะการเป็นโค้ช หรือ ที่ปรึกษาที่ดีในการเรียนรู้ของผู้เรียน สามารถช่วยสอน เสนอแนะผู้เรียนในการสร้างฐานการเรียนรู้(scaffold) ได้อย่างเหมาะสม และต่อเนื่อง

6. C-Communication มีทักษะของเทคนิคการสื่อสารที่ดี สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นการอธิบายความ การยกตัวอย่าง รวมถึงการเลือกใช้สื่อ(media)ต่างๆที่หลากหลายในการส่งผ่านเนื้อหา ข้อมูลความรู้ คุณธรรมไปสู่ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล

7. C-Creativity เป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน มีจินตนาการและความรอบรู้ เป็นนักออกแบบสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอี้อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

8. C-Caring มีความรัก ความเมตตา ความปรารถนาดีและห่วงใยผู้เรียนอย่างจริงใจ

9. C-Cultural รู้วัฒนธรรมเพื่อนบ้าน รู้วัฒนธรรมการสื่อสาร สามารถถ่ายทอดและเป็นแบบอย่างที่ดีได้

วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

วิทยากรกระบวนการ โครงการเล่านิทาน อ่านและเล่นกับลูก


นางกิตติภา ศิโรรัตน์ธัญโชค

ผู้อำนวยการ เนอสเซอรี่ บ้านแม่พระอุปถัมภ์

(ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี)

1 ในกรรมการเครือข่ายครูดีโพธาราม2010

ทำหน้าที่วิทยากรกระบวนการโครงการเล่านิทาน อ่านและเล่นกับลูก

ช่วยศูนย์ฯโพรงมะเดื่อ อ.เมืองนครปฐม อบรมชาวบ้านกลุ่มเป้าหมาย

ภายใต้โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว

ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ครูดี สอนดี ใจดีมีเมตตา


"การเป็นครูนั้นไซร้ไม่ลำบาก

แต่สอนดี นั้นยากเป็นหนักหนา

เพราะต้องใช้ศิลปวิทยา

อีกทั้งความเมตตาในจิตใจ..."





..."ครูผู้สอน" เป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้เรียนมากที่สุด และเป็นผู้มีส่วนในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยตรง เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ครูผู้สอนจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดหรือทัศนคติ ในการจัดการเรียนการสอน ที่เน้นศักยภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการปฏิรูปกระบวนการจัดการเรียนการสอนของตนเอง เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างแท้จริง เพื่อพัฒนาความเป็น "ครูมืออาชีพในยุคใหม่" เป็น "ครูดี มีคุณธรรม สอนดี มีคุณภาพ"อย่างแท้จริง...






...ครูยุคใหม่(ดีและเก่ง) ต้องมี 8 C ...อะไรบ้าง

โปรดติดตาม ที่นี่ เร็วๆนี้.......








...ขอเรียนเชิญ "ครูและผู้บริหารทุกท่าน" ทุกสังกัด และ "สมาชิกเครือข่ายครูดี อำเภอโพธาราม รุ่น 1 วัดเขาวัง(พระอารามหลวง)" ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่พลงาน สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีการเรียนการสอน แนวคิดการเสริมร้างคุณธรรมจริยธรรม การพัฒนาวิชาชีพครู การพัฒนาผู้เรียน การพัฒนาชุมชนท้องถิ่น สังคมและประเทศชาติ...

เรื่องต้องรู้ของครูและผู้บริหารสถานศึกษา

มาตรฐานและตัวบ่งชี้เพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก รอบที่สาม
(พ.ศ. 2554-2558) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

1. ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ น้ำหนักร้อยละ 15
1.1 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังของผู้เรียน ที่ปฏิบัติหน้าที่นักเรียนที่ดีของโรงเรียน
น้ำหนักร้อยละ 5
1.2 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังของผู้เรียน ที่เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ผู้ปกครอง น้ำหนักร้อยละ 5
1.3 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังของผู้เรียน ที่เป็นสมาชิกที่ดีของชุมชนและสังคม
น้ำหนักร้อยละ 5


2. ผู้เรียนมีสุขภาพกาย และสุขภาพจิต ที่ดี น้ำหนักร้อยละ 10
2.1 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังของผู้เรียนที่มีสุขภาพดี มีน้ำหนัก ส่วนสูง และสมรรถภาพทาง
กายตามเกณฑ์ รวมทั้ง รู้จักดูแลตนเองให้มีความปลอดภัย น้ำหนักร้อยละ 5
2.2 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังของผู้เรียนที่มีสุขภาพดี มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่น และมี
สุนทรียภาพ น้ำหนักร้อยละ 5


3. ผู้เรียนมีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน น้ำหนักร้อยละ 15
3.1 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังของผู้เรียน มีนิสัยรักการอ่าน สนใจ แสวงหาความรู้จากแหล่ง
ต่างๆ รอบตัวและสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ น้ำหนักร้อยละ 5
3.2 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังของผู้เรียน สามารถเรียนรู้เป็นทีมได้ (TEAM LEARNING)
น้ำหนักร้อยละ 5
3.3 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังของผู้เรียน สามารถใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้
น้ำหนักร้อยละ5


4. ผู้เรียนคิดเป็น น้ำหนักร้อยละ 15
4.1 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังของผู้เรียนที่มีความสามารถในการคิดเป็นระบบ
น้ำหนักร้อยละ 5
4.2 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังของผู้เรียนที่มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์
น้ำหนักร้อยละ 5
4.3 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังของผู้เรียนที่มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหา
น้ำหนักร้อยละ 5


5. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ตามหลักสูตร น้ำหนักร้อยละ 20

5.1 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของผู้เรียน ในระดับชั้น ป.3 ป.6
ม.3 และ ม.6 น้ำหนักร้อยละ 3
5.2 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของผู้เรียน ในระดับชั้น ป.3
ป.6 ม.3 และ ม.6 น้ำหนักร้อยละ 3
5.3 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของผู้เรียน ในระดับชั้น ป.3
ป.6 ม.3 และ ม.6 น้ำหนักร้อยละ 3
5.4 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมของ
ผู้เรียน ในระดับชั้น ป.3 ป.6 ม.3 และ ม.6 น้ำหนักร้อยละ 3
5.5 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาของผู้เรียน ใน
ระดับชั้น ป.3 ป.6 ม.3 และ ม.6 น้ำหนักร้อยละ 2
5.6 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะของผู้เรียน ในระดับชั้น ป.3 ป.6 ม.3
และ ม.6 น้ำหนักร้อยละ 2
5.7 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ของผู้เรียน
ในระดับชั้น ป.3 ป.6 ม.3 และ ม.6 น้ำหนักร้อยละ 2
5.7 ระดับสัมฤทธิ์ผลโดยเฉลี่ยสามปีย้อนหลังกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศของผู้เรียน ในระดับชั้น
ป.3 ป.6 ม.3 และ ม.6 น้ำหนักร้อยละ 2


6 การบริหารและการพัฒนาสถานศึกษา น้ำหนักร้อยละ 15
6.1 ระดับความสำเร็จของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการกำกับดูแล และขับเคลื่อนการดำเนิน
งานของสถานศึกษา น้ำหนักร้อยละ 3
6.2 ระดับประสิทธิผลของผู้บริหารสถานศึกษาในการบริหารโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน และการจัดการ
ศึกษาให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสถานศึกษาและกลุ่มสาระการเรียนรู้ น้ำหนักร้อยละ 3
6.3 ปริมาณและคุณภาพของครู น้ำหนักร้อยละ 3
6.3.1 สถานศึกษามีครูเพียงพอ น้ำหนักร้อยละ 1
6.3.2 ครูมีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ น้ำหนักร้อยละ 1
6.3.3 ครูมีสมรรถนะตามที่กำหนด น้ำหนักร้อยละ 1
6.4 ประสิทธิผลการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญใน 8 กลุ่มสาระ น้ำหนักร้อยละ 6 ได้แก่
6.4.1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย น้ำหนักร้อยละ 1
6.4.2 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ น้ำหนักร้อยละ 1
6.4.3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ น้ำหนักร้อยละ 1
6.4.4 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม น้ำหนักร้อยละ 1
6.4.5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา น้ำหนักร้อยละ 1
6.4.6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ น้ำหนักร้อยละ 1
6.4.7 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี น้ำหนักร้อยละ 1
6.4.8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ น้ำหนักร้อยละ 1


7. การประกันและพัฒนาคุณภาพภายใน น้ำหนักร้อยละ 10
7.1 ระบบและกลไกในการประกันคุณภาพภายใน น้ำหนักร้อยละ 3
7.2 ผลการประเมินการประกันคุณภาพภายในโดยต้นสังกัด น้ำหนักร้อยละ 3
7.3 การนำผลประเมินภายในไปใช้พัฒนาคุณภาพ น้ำหนักร้อยละ 4

(รวมค่าน้ำหนัก 100)
kudee2010@gmail.com บันทึก